Page 1 of 1

ม.เกษตรฯรับทัวร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

Posted: Thu Oct 01, 2009 8:59 am
by Sam
ม.เกษตรฯรับทัวร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

คัคนานต์ ดลประสิทธิ์ - รายงาน

Image

บรรยากาศเก๋งจีน ที่สถานีวิจัยดอยปุย

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ คือ การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

หน่วยงาน ในความดูแลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ที่กระจายกันอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ก็มีอยู่หลายแห่งที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา มก.ได้จัดสัมมนาเรื่อง ความพร้อมของหน่วยงานของ มก. เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีบุคลากรของแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและบุคลากร ของบริษัทท่องเที่ยว ประมาณ 150 คน เข้าร่วมสัมมนา

สำหรับวัตถุประสงค์ในการสัมมนา ก็เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา มีความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ของมก.

ที่มีความพร้อมเพื่อการเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวและ ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการจัดนำเที่ยว เช่น ช่วงเวลาที่เหมาะสม จำนวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ควรปฏิบัติ รวมทั้งวิธีการติดต่อนัดหมายที่ชัดเจนและค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและท่องเที่ยวเชิงนิเวศว่าหน่วยงานของมก. ที่สามารถจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้มีหลายแห่ง แต่การที่จะจัดการท่องเที่ยวเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้เป็นที่พึงพอ ใจของผู้เข้าเยี่ยมชมนั้น จะต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีผลสำเร็จและมีความพร้อมของบุคลากรที่ให้ความรู้ มีสถานที่ที่เหมาะสมและมีผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ รวมทั้งเป็นสถานที่ที่สามารถเดินทางไปถึงและเยี่ยมชมได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

สถานีวิจัยเป็นสถานีฝึกนิสิต นักศึกษาของมก.และสถาบันอื่นๆ ซึ่งมี นโยบายจัดเป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อให้นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปมีโอกาสเข้าเยี่ยมชม ซึ่งสถานีวิจัยแต่ละแห่งมีพืชผลที่แตกต่างกันออกไป ตามสภาพภูมิอากาศและสภาพของพื้นที่ ทั้งนี้ สถานีวิจัยหลายแห่งมีที่พักให้ด้วย นอกเหนือจากการแวะชมสถานีวิจัยแล้วยังสามารถจัดให้เที่ยวชมในเชิงอนุรักษ์

รศ.วุฒิ ชัยยังกล่าวถึงการสัมมนาว่า นอกจาก มก.ได้แนะนำตัวแล้ว นับว่าเป็นโอกาสของบุคลากรที่จะฝึกฝนสิ่งต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น การเป็นมัคคุเทศก์ ส่วนเจ้าหน้าที่วิจัย มีโอกาสเป็นผู้บรรยาย เพื่อให้มีความคล่องแคล่ว

รศ.สมศรี ภัทรธรรม หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์โครงการและหลักสูตรการ ฝึกอบรม บอกว่า แหล่งท่องเที่ยวเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของมก. ที่มีความพร้อม เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว มี 5 แห่ง จาก 15 แห่ง ทั่วประเทศกระจายอยู่ทุกภูมิภาค ได้แก่

สถานีวิจัยดอยปุย จ.เชียงใหม่ สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานีวิจัยพัฒนาชายฝั่งอันดามัน จ.ระนอง สถานีวิจัยวนเกษตรตราด จ.ตราด

Image
1.สถานีวิจัยสิทธิพรกฤษดากร
2.สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน
3.สถานีวิจัยเกษตรตราด
4.สถานีวิจัยเพชรบูรณ์
5.เวทีสัมมนา
6.ผู้ร่วมสัมมนา

นอกจากการเรียนการสอนแล้วสถานีวิจัย 5 แห่ง ยังมีรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงนิเวศ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นใจ มก.จึงศึกษาความพร้อมของบุคลากร ผลผลิตและสถานที่ โดยการทำแบบสอบถามว่า สถานีวิจัยมีความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้หรือไม่

ซึ่งพบว่า สถานีวิจัย 5 แห่ง มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม สภาพอากาศ และผลผลิตที่มีคุณภาพ นอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้รับความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

นายวิสิฐ กิจสมพร หัวหน้าสถานีวิจัยดอยปุย ภายใต้การกำกับของสถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มก. กล่าวว่า สถานีวิจัยดอยปุยตั้งอยู่ที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย จ.เชียงใหม่ เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับพืชเมืองหนาว ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี่ผลิตต้นไหล สตรอว์เบอร์รี่ ผลิตผลสด พลับ คาลล่าลิลลี่ เจี่ยวกู้หลาน ลิ้นจี่ ลูกปัดออสเตรเลีย เห็ดเขตหนาวเฟิน การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น

ฤดูกาลท่องเที่ยวจะเป็นปลายเดือน ต.ค.-มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มี บรรยากาศน่าท่องเที่ยว อากาศหนาวและเย็น สามารถอยู่ร่วมกับเมฆหมอกได้ สามารถสัมผัสผลงานวิจัยแปลงปลูกสตรอว์เบอร์รี่ และเก็บชิม รับประทานได้เอง สัมผัสไม้ดอกไม้งาม เช่น คาลล่าลิลลี่ ที่มีความแตกต่างกับในกรุงเทพมหานคร โดยสิ้นเชิง ประชาชนที่สนใจจะพักค้าง ทางสถานีวิจัยดอยปุยสามารถรองรับผู้ที่สนใจได้อย่างน้อย วันละ 80 คน

สำหรับในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. มีโครงการพลับหวาน ซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ โดยจะเปิดให้เจ้าของได้ดูแลพื้นที่ ตัดแต่ง ใส่ปุ๋ย ห่อผลและเก็บผล หากผู้ที่มาจับจองไม่สามารถมาได้ ทางสถานีวิจัยดอยปุยจะเก็บผลผลิตไว้ให้ จากนั้นเจ้าของสามารถมารับผลผลิตได้ทันที

นายประภาส ช่างเหล็ก หัวหน้าสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ กล่าวว่า สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นสถานีวิจัยไม้เมืองหนาว เช่น พลับ สตรอว์เบอร์รี่ พืชสมุนไพร เสาวรส ฯลฯ

ในช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. สามารถชื่นชมพืชผัก ผลไม้สดได้ และช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. จะมีเทศกาลท่องเที่ยวปีใหม่เผ่าม้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

นอกจากนี้สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ยังได้รวบ รวมพืชตระกูลชายผ้าสีดา 18 ชนิดไว้ด้วย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถปรึกษาการเลี้ยงดูพืชได้

นายสุดประสงค์ สุวรรณเลิศ หัวหน้าสถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร กล่าวว่า สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร ตั้งอยู่ที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานีวิจัยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ทางการเกษตร เนื่อง จากเคยเป็นที่ตั้งฟาร์มบางเบิด

ทั้งนี้ สถานีวิจัยยังได้จัดทำพิพิธภัณฑ์หม่อมเจ้าสิทธิพร เพื่อรำลึกถึงคุณูปการทางการเกษตรไทย แสดงผลงาน เครื่องใช้ ประวัติของหม่อมเจ้าสิทธิพรด้วย นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยระบบเกษตรที่เหมาะสมเขตภาคใต้ โดยสถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร จะเน้นวิจัยปาล์มน้ำมัน การปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันทุกขั้นตอนที่ให้ผลผลิตสูง และสามารถตอบสนองได้ดีในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีงานไม้ผลที่เด่นๆ เช่น แตงโมบางเบิด สมุนไพร มะขามป้อมพันธุ์และแปรรูป ขณะเดียวกันได้ร่วมกับชุมชนจำหน่ายสินค้าต่างๆ ด้วย

ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย. มีความพร้อมเรื่องสภาพภูมิอากาศและอาหาร บริเวณรอบข้างมีโครงการส่วนพระองค์ นอกจากนี้ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากรยังมีโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปู ร่วมกับคลองวาฬ เพาะพันธุ์ปูม้า ปล่อยทะเลจากปูไข่นอกกระดอง ร่วมกับนักท่องเที่ยว ที่สามารถเซ็ตโปรแกรมปล่อยปูม้ากลับสู่ทะเลเองได้

นายกำจัด รื่นเริงดี หัวหน้าสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน กล่าวว่า สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน ตั้งอยู่ที่บริเวณชายหาดประภาส อ.สุขสำราญ จ.ระนอง มีเนื้อที่ 200 ไร่ มีทัศนียภาพสวยงาม ล้อมรอบด้วยภูเขา น้ำตก พันธุ์ไม้ต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรได้อย่างตามใจชอบ พร้อมทั้งสามารถศึกษาระบบนิเวศวิทยาชายฝั่งได้ มีทั้งชายหาด ป่าชายเลน คลอง ที่สามารถล่องเรือเร็วและช้าได้

สถานีวิจัยนี้เป็นสถานี วิจัยนิเวศวิทยาชายฝั่ง เช่น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง ทรัพยากรธรรมชาติ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา สตูล ภูเก็ต กระบี่ และ ตรัง นอกจากนี้ ยังมีป่าชุมชน ชายหาดและป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์มาก มี นก สัตว์น้ำ ปูก้ามดาบ เพิ่มความหลากหลาย ในการเยี่ยมชมด้วย

นอกจากนั้น ด้านข้างสถานีวิจัยยังเป็นอุทยานหมู่เกาะมีแนวปะการัง ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งโดยสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน มีอุปกรณ์การดำน้ำ เยี่ยมชมแนวปะการัง เกาะ แก่งต่างๆ ได้

และอีกด้านหนึ่งมีน้ำตก พร้อมที่พักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว มีให้เลือกทั้งห้องติดเครื่องปรับอากาศและห้องธรรมดา รวมทั้งมีห้องประชุมสัมมนา สามารถจุคนได้ถึง 200 คน และปรับปรุงที่พักอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด ยกเว้นช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย. เพราะจะมีมรสุม

นายณัฐวัฒน์ คลังทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าสถานีวิจัยวนเกษตรตราด กล่าวว่า สถานีวิจัยวน เกษตรตราด ตั้งอยู่ที่ จ.ตราด มีเนื้อที่ 611 ไร่ เป็นสถานีวิจัยด้านวนเกษตร เช่น การผสมไม้ยืนต้นกับพืชเกษตรและสัตว์เลี้ยง ป่าไม้สิ่งแวดล้อม

และมีบริการวิชาการแก่เยาวชน เกษตรกร นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป รวมทั้งมีพื้นที่สาธิต แหล่งเรียนรู้ด้านวนเกษตร ตลอดจนแหล่งฝึกงานของนักศึกษาด้านวนเกษตร เพราะมีงานวิจัยหลากหลาย เช่น วนเกษตร สวนป่าไม้ กฤษณา พืชสมุนไพรท้องถิ่น ตระกูลขิง เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังส่งเสริมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ให้ความรู้ประชาชน เรื่องระบบนิเวศป่าไม้และการเกษตรต่างๆ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ปีละ 1,000 คน โดยสถานีวิจัยจะเปิดให้ชิมผลไม้ปลอดสารพิษด้วย

ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. มีฝนตกเล็กน้อย แต่ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. จะมีฝนตกหนัก โดยช่วงต้นปีและท้ายปี สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา

ขณะที่นางกุลปราโมทย์ วรรณะเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเริ่มสนใจมากขึ้น

ด้วยศักยภาพของพื้นที่เกษตรกรรมที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย สามารถส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้ นอก จากนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและวัฒนธรรมของเกษตรกรในแต่ละ ท้องถิ่นยังเป็นการสร้างโอกาสและช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและท้องถิ่นเพิ่ม ขึ้นด้วย

การเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศจึงเป็นอีกภารกิจของมก.ที่เพิ่มขึ้นมา

นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จะค้นหาข้อมูลหรือจองผ่านอินเตอร์เน็ต วางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้านานขึ้นจัดการเดินทางเองและยืดหยุ่นในการเดิน ทางให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเงิน ต้องการโรงแรมหรือที่พักระดับดีขึ้น ใส่ใจสุขภาพและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น เรียนรู้ และร่วมกิจกรรมระหว่างท่องเที่ยว ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น เรียนรู้ และร่วมกิจกรรมระหว่างท่องเที่ยวนิยมทำกิจกรรม ตามความสนใจพิเศษ

จากสถิติในปี 2550 มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทำกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 2,107,036 คน ภูมิภาคที่นิยมคือ ภาคเหนือ ร้อยละ 5.94 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 3.39 ภาคใต้ ร้อยละ 2.67 ภาคตะวันออก ร้อยละ 2.18 กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้อยละ 1.67 และภาคกลาง ร้อยละ 1.5 และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 661,986 คน ภูมิภาคที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงเกษตรสูง ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ร้อยละ 5.81 แอฟริกาใต้ ร้อยละ 4.1 อเมริกา ร้อยละ 4.05 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 3.88 ยุโรป ร้อยละ 2.9 โอเชียเนีย ร้อยละ 2.4

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้ทำโครงการสำรวจลักษณะกิจกรรมของนักท่องเที่ยวปี 2550 พบว่า จังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในการทำกิจกรรมท่อง เที่ยวเชิงเกษตร ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครราชสีมา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.ประชาชนและเกษตรกรทั่วไปที่มีความสนใจด้านการเกษตร เพื่อศึกษาหาความรู้เป็นแนวทางประกอบอาชีพ หรือเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรของตนเอง 2.กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะด้าน สนใจในการท่องเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมการเกษตรต่างๆ อยากเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของเกษตรกร

ข้อมูลจากททท.

Image หน้า 21 http://www.khaosod.co.th/view_news.php? ... VRBMU1nPT0" onclick="window.open(this.href);return false;