ลำน้ำว้า สายน้ำแห่งความท้าทายมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน แล้วไหลผ่านขุนเขาน้อยใหญ่ลัดเลาะผ่านลงมายังพื้นที่อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม ลงบรรจบกับแม่น้ำน่านในเขตอำเภอเวียงสา รวมระยะทางรินไหลกว่า 300 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางที่สายน้ำว้าไหลผ่าน มีสภาพความงดงามของธรรมชาติ ป่าเขา อันอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติศรีน่านและผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริมลงมาสู่พื้นที่ เรือกสวนไร่นา และชุมชนเล็กๆริมสายน้ำ
แต่เดิมชาวบ้านที่เดินทางท่องเที่ยวเก็บของป่า ใช้ลำน้ำว้าเป็นเส้นทางล่องแพไม้ไผ่กลับออกมาจากผืนป่า ซึ่งต่อมาก็พัฒนาเป็นเส้นทางล่องแก่งด้วยเรือยางของนักผจญแก่งทั้งหลาย ตลอดสายน้ำว้านั้นสามารถจะล่องแก่งได้ 3 ช่วงด้วยกัน คือล่องลำน้ำว้าตอนต้นน้ำ ที่เริ่มล่องจากบ้านสปันมายังบ้านสบมาง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน ช่วงที่สองเป็นการล่องลำน้ำว้าตอนกลาง จากบ้านสบมาง เขตอำเภอบ่อเกลือลงมายังบ้านน้ำว้า เขตอำเภอแม่จริม และล่องตอนปลายสายน้ำที่เป็นช่วงล่องง่ายๆ แก่งไม่อันตราย โดยเริ่มจากบ้านน้ำปุ๊ไปถึงบ้านหาดไร่ ใช้เวลาเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งช่วงที่นักล่องแก่งลงความเห็นว่าเป็นสุดยอดแห่งความท้าทายของการล่อง แก่งก็คือลำน้ำว้าตอนกลาง จากบ้านสบมาง อำเภอบ่อเกลือลงมายังบ้านน้ำว้า เขตอำเภอแม่จริม ระยะทางราว 80 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งและพักแค้มป์แรมคืนกลางป่าเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งจะเป็นช่วงที่สายน้ำว้าไหลผ่านป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติ แม่จริม และผ่านแก่งหินน้อยใหญ่ราว 22 แก่ง ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1-5 ซึ่งตามมาตรฐานการล่องแก่งระดับสากลนั้น แก่งน้ำเชี่ยวระดับ 1-2 จะเป็นแก่งง่ายๆที่ล่องกันได้ทุกคน ส่วนระดับ 3 นั้นความตื่นเต้นจะอยู่ระดับปานกลาง ส่วนระดับ 4 นั้นจะเป็นแก่งน้ำเชี่ยวที่มีความยากของสายน้ำที่ต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจ ของฝีพายทั้งลำ ส่วนระดับ 5 นั้น ถือเป็นแก่งระดับยากสูงสุดในการล่องแก่ง ซึ่งจะต้องใช้ทั้งฝีมือ ความสามารถ และความสามัคคีของผู้ล่องแก่งทั้งลำเพื่อให้ผ่านพ้นแก่งน้ำไปได้ โดยผู้คัดท้ายจะมีส่วนสำคัญและต้องมีความชำนาญ ซึ่งบริษัททัวร์ที่ให้บริการอยู่เป็นประจำในพื้นที่จะรู้จักสายน้ำเป็นอย่าง ดี และยังมีแก่งระดับ 6 เป็นระดับแก่งอันตรายที่ไม่ควรล่องแก่ง ซึ่งโชคดีที่เส้นทางล่องแก่งในสายน้ำว้าตอนกลางนั้น ไม่มีแก่งอันตรายระดับ 6
การเตรียมตัวในการจะไปล่องแก่งให้สนุกสนานและปลอดภัยนั้น นักล่องแก่งควรที่จะต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง ไม่อดหลับอดนอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สวมเสื้อผ้าที่กระชับแต่มีความยืดหยุ่น เนื้อผ้าไม่อุ้มน้ำซึ่งหากเป็นเสื้อผ้าสำหรับกีฬาทางน้ำโดยตรงก็จะเป็นการดี สวมรองเท้าสำหรับเล่นกีฬาทางน้ำหรือรองเท้าแบบรัดส้น รองเท้าผ้าใบที่เปียกน้ำได้ สวมใส่อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการล่องแก่งให้ครบทั้งเสื้อชูชีพและหมวกกัน กระแทก ซึ่งหมวกต้องมีสายรัดคางให้เรียบร้อย เมื่อล่องแพจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของนายหัวที่คัดหัวเรืออย่างเคร่งครัด
โดยปรกติลำน้ำว้าจะมีความใสสะอาด น่าล่องน่าลงเล่น ยกเว้นบางช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ สายน้ำอาจเปลี่ยนเป็นสีชาเย็น ตลอดสายน้ำจะมีทั้งช่วงที่สายน้ำไหลเรียบจนสามารถโดดเล่นน้ำได้ ช่วงผจญแก่งน้ำเชี่ยวที่ท้าทาย ช่วงที่ผ่านหาดทรายขาวสะอาดให้พักผ่อนเติมพลังอาหารกลางวัน และช่วงที่จอดแพยางพักตั้งแค้มป์แรมคืนบนหาดทรายขาวริมฝั่งน้ำ บรรยากาศรอบข้างยังคงความเป็นธรรมชาติยากจะหาสายน้ำใดสวยงามเสมอเหมือน
ช่วงเวลาล่องแก่งที่เหมาะสมจะอยู่ราวเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เพราะสายน้ำกำลังอยู่ในระดับล่องได้สนุกสนานท้าทาย ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดแพร่ 0 5452 1118-9 อุทยานแห่งชาติแม่จริม โทรศัพท์ 0 5473 0040-1
แหล่งข่าว: http://manager.co.th/Travel/ViewNews.as ... 0000114346" onclick="window.open(this.href);return false;