Page 1 of 1

เอสเอ็มอีแบงก์ชี้ปล่อยกู้ท่องเที่ยวเริ่มขยับ

Posted: Thu Oct 15, 2009 9:24 am
by Sam
Image

เอสเอ็มอีแบงก์ เผยการปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว เบิกจ่ายแล้ว 1,187 ราย หลังปล่อยสินเชื่อช้า เพราะหลายรายเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล

เมื่อ วันที่ 14 ต.ค. นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยภายหลังประชุมโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่อง เที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศ ว่า เอสเอ็มอีแบงก์ และ ธนาคารออมสิน จะปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เข้าโครงการนี้ในระยะที่ 2 วงเงินกว่า 2,000 ล้านบาทได้หมด หลังจากเอสเอ็มอีแบงก์ ได้อนุมัติสินเชื่อระยะแรกให้ผู้ประกอบการ 1,563 ราย วงเงิน 2,644.40 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1,187 ราย วงเงิน 2,044.08 ล้านบาท จากที่ยื่นเรื่องขอสินเชื่อมา 2,185 ราย วงเงิน 4,046.45 ล้านบาทโดยมีผู้ประกอบการไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ 306 ราย วงเงิน 700 กว่าล้านบาท

สำหรับวงเงินที่อนุมัติดังกล่าวพบว่าเป็นยอดที่มาจากสภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) 392 ราย วงเงิน 580.98 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 260 ราย วงเงิน 410.62 ล้านบาท จากสมาคมโรงแรมไทยได้รับอนุมัติ 276 ราย วงเงิน 783.69 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 184 ราย วงเงิน 534.11 ล้านบาท จากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้รับอนุมัติ 265 ราย วงเงิน 536.96 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 217 ราย วงเงิน 453.87 ล้านบาท และ จากสมาคมภัตตาคารไทย ได้รับอนุมัติ 630 ราย วงเงิน 742.77 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว526 ราย วงเงิน 645.48 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงแรกมีปัญหาการปล่อยสินเชื่อช้า เพราะผู้ประกอบการเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีเอกสารไม่ครบ ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ถูกต้องมาแสดงจึงต้องใช้เวลานาน เพราะผู้ประกอบการต้องกลับไปขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ถูกต้องจากกระทรวง พาณิชย์มาแสดงเมื่อ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ธนาคารไม่ให้นำลูกหนี้เอ็นพีแอล ที่เกิดหลังวันที่ 1 พ.ย. 51 มาประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อ จะช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อผ่านได้เร็วขึ้นรวมทั้งผู้ประกอบการที่เคยไม่ ได้รับอนุมัติสินเชื่อในระยะแรก เพราะติดปัญหาเรื่องเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล หลัง 1 พ.ย. 51 ก็มีสิทธิ์กลับมาขอกู้ระยะที่ 2 ได้ด้วย

น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กำลังพิจารณาผลลัพธ์จากการช่วยเหลือสภาพคล่องกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่า บริษัทนำเที่ยว มียอดจองแพ็กเกจทัวร์เข้ามาเท่าไหร่ โรงแรมมีอัตราเข้าพักอย่างไร ร้านอาหารมียอดขายเท่าใดและมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับรอง รับนักท่องเที่ยวระยะต่อไปหรือไม่ หากพบว่ายังมีความต้องการสินเชื่อและสินเชื่อที่ให้ไประยะแรก ได้ประโยชน์ชัดเจน อาจขอให้รัฐบาลขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มจากเดิมที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคงต้องของบประมาณปี 53 สำหรับจ่ายดอกเบี้ยส่วนต่างให้กับเอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารออมสิน ซึ่งร่วมโครงการปล่อยกู้เพิ่มอีก

แหล่งข่าว: http://www.thairath.co.th/content/eco/39736" onclick="window.open(this.href);return false;