Page 1 of 1

ล่องแก่งลำน้ำว้า อุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดแพร่

Posted: Mon Oct 05, 2009 7:22 am
by Sam
เรื่องโดย : วินิจ รังผึ้ง

Image ปฏิทินท่องเที่ยวในหนังสือ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ซึ่งเป็นโครงการที่ ททท. นำเอาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่เป็น สุดยอดของการท่องเที่ยวเมืองไทยมารวมไว้ ซึ่งในเดือนตุลาคมนั้นมีโปรแกรมล่องแก่งลำน้ำว้าตอนกลาง ที่จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งในสุดยอดกิจกรรมผจญภัยสายน้ำเชี่ยวที่น่าตื่นเต้นเร้าใจของเมือง ไทยมาแนะนำไว้ หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักคุ้นเคยเหมือนกิจกรรมล่องแก่งยอดฮิตทั้งหลายอย่าง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่พิษณุโลก หรือล่องแก่งหินเพิงที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และล่องแก่งลำน้ำแม่กลองที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สัปดาห์นี้ผมจึงขอนำรายละเอียดของกิจกรรมล่องแก่งลำน้ำว้ามาฝากท่านผู้อ่าน เผื่อจะได้เตรียมตัวไปล่องกันในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึง

ลำน้ำว้า สายน้ำแห่งความท้าทายมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำในเขตอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน แล้วไหลผ่านขุนเขาน้อยใหญ่ลัดเลาะผ่านลงมายังพื้นที่อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม ลงบรรจบกับแม่น้ำน่านในเขตอำเภอเวียงสา รวมระยะทางรินไหลกว่า 300 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางที่สายน้ำว้าไหลผ่าน มีสภาพความงดงามของธรรมชาติ ป่าเขา อันอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติศรีน่านและผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริมลงมาสู่พื้นที่ เรือกสวนไร่นา และชุมชนเล็กๆริมสายน้ำ

แต่เดิมชาวบ้านที่เดินทางท่องเที่ยวเก็บของป่า ใช้ลำน้ำว้าเป็นเส้นทางล่องแพไม้ไผ่กลับออกมาจากผืนป่า ซึ่งต่อมาก็พัฒนาเป็นเส้นทางล่องแก่งด้วยเรือยางของนักผจญแก่งทั้งหลาย ตลอดสายน้ำว้านั้นสามารถจะล่องแก่งได้ 3 ช่วงด้วยกัน คือล่องลำน้ำว้าตอนต้นน้ำ ที่เริ่มล่องจากบ้านสปันมายังบ้านสบมาง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน ช่วงที่สองเป็นการล่องลำน้ำว้าตอนกลาง จากบ้านสบมาง เขตอำเภอบ่อเกลือลงมายังบ้านน้ำว้า เขตอำเภอแม่จริม และล่องตอนปลายสายน้ำที่เป็นช่วงล่องง่ายๆ แก่งไม่อันตราย โดยเริ่มจากบ้านน้ำปุ๊ไปถึงบ้านหาดไร่ ใช้เวลาเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งช่วงที่นักล่องแก่งลงความเห็นว่าเป็นสุดยอดแห่งความท้าทายของการล่อง แก่งก็คือลำน้ำว้าตอนกลาง จากบ้านสบมาง อำเภอบ่อเกลือลงมายังบ้านน้ำว้า เขตอำเภอแม่จริม ระยะทางราว 80 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งและพักแค้มป์แรมคืนกลางป่าเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งจะเป็นช่วงที่สายน้ำว้าไหลผ่านป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติ แม่จริม และผ่านแก่งหินน้อยใหญ่ราว 22 แก่ง ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1-5 ซึ่งตามมาตรฐานการล่องแก่งระดับสากลนั้น แก่งน้ำเชี่ยวระดับ 1-2 จะเป็นแก่งง่ายๆที่ล่องกันได้ทุกคน ส่วนระดับ 3 นั้นความตื่นเต้นจะอยู่ระดับปานกลาง ส่วนระดับ 4 นั้นจะเป็นแก่งน้ำเชี่ยวที่มีความยากของสายน้ำที่ต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจ ของฝีพายทั้งลำ ส่วนระดับ 5 นั้น ถือเป็นแก่งระดับยากสูงสุดในการล่องแก่ง ซึ่งจะต้องใช้ทั้งฝีมือ ความสามารถ และความสามัคคีของผู้ล่องแก่งทั้งลำเพื่อให้ผ่านพ้นแก่งน้ำไปได้ โดยผู้คัดท้ายจะมีส่วนสำคัญและต้องมีความชำนาญ ซึ่งบริษัททัวร์ที่ให้บริการอยู่เป็นประจำในพื้นที่จะรู้จักสายน้ำเป็นอย่าง ดี และยังมีแก่งระดับ 6 เป็นระดับแก่งอันตรายที่ไม่ควรล่องแก่ง ซึ่งโชคดีที่เส้นทางล่องแก่งในสายน้ำว้าตอนกลางนั้น ไม่มีแก่งอันตรายระดับ 6

Image แก่งน้ำเชี่ยวในสายน้ำว้านั้นมีมากมายด้วยกัน เช่น แก่งหลวง ซึ่งเป็นแก่งน้ำเชี่ยวที่มีความยากระดับ 3-4 มีลักษณะแก่งเป็นรูปตัว S ซึ่งลำน้ำจะถูกบีบตัวคดเคี้ยวไปมา แก่งเสือเต้น บริเวณบ้านสบมาง ซึ่งเป็นแก่งที่มีความยากระดับ 3-4 และเพิ่มความตื่นเต้นท้าทายด้วยก้อนหินใหญ่ที่ตั้งขวางอยู่กลางสายน้ำ ทำให้สายน้ำถูกบีบให้แยกออกเป็นสองทาง ส่วนแก่งไฮจ้ำ ที่ต้องช่วยกันจ้ำพายกันเต็มที่ เพราะมีแก่งหินขวางอยู่กลางสายน้ำ และมีความต่างรับของสายน้ำที่สายน้ำทิ้งตัวลงมาสูงเกือบเมตร แก่งสบห้วยปึง ที่สายน้ำว้าที่ไหลมาบรรจบกับห้วยปึงจึงเพิ่มความแรงของกระแสน้ำ จนกลายเป็นแก่งอันตรายที่ถูกขนานนามกันว่าเป็น “แก่งทำลายกับข้าวมื้อเย็น” เพราะหลายคณะอาจต้องเสียข้าวของหรืออาหารเย็นไปกับสายน้ำเพราะแพยางคว่ำใน แก่งนี้ นอกจากนี้ยังมีแก่งที่ค่อนข้างอันตรายระดับ 4-5 อย่างแก่งผีป่า ที่สายน้ำมีความรุนแรงมากไหลลดระดับกันลงมาคล้ายกับน้ำตกย่อยๆ 2 ชั้น แถมสายน้ำที่ไหลลงมายังเป็นแก่งน้ำรูปตัว S อีกด้วย แก่งผารถเมล์ ที่มีสายน้ำแตกพล่าน แก่งสองแคว ซึ่งเป็นแก่งโค้งหักศอก ทำให้สายน้ำทั้งสายปะทะผาหินแล้วถูกผลักตัวออกมาด้วยความรุนแรง แพยางจะพุ่งตรงเข้าหาแก่งหินอย่างรวดเร็ว แล้วถูกปะทะกลับหักศอกไปอีกทางหนึ่ง แก่งสร้อย ซึ่งมีความแรงระดับ 4-5 เป็นแก่งที่หากน้ำแรงมากๆ ก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะเจอแก่งนี้ หรือแก่งวังลุนที่เรียกกันอีกชื่อว่าแก่งยาว เพราะมีการลดระดับทิ้งตัวของสายน้ำลงมาเป็นชั้นๆ หลายชั้น ยาวต่อเนื่องกันราว 30 เมตร ทำให้เกิดเป็นลูกคลื่นขนาดใหญ่ให้ฝีพายต้องร่วมแรงร่วมใจกันจ้วงพายแบบต่อ เนื่องโดยพร้อมเพรียง เพื่อให้ลอดผ่านคลื่นขนาดใหญ่นี้ไปได้

การเตรียมตัวในการจะไปล่องแก่งให้สนุกสนานและปลอดภัยนั้น นักล่องแก่งควรที่จะต้องฟิตร่างกายให้แข็งแรง ไม่อดหลับอดนอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สวมเสื้อผ้าที่กระชับแต่มีความยืดหยุ่น เนื้อผ้าไม่อุ้มน้ำซึ่งหากเป็นเสื้อผ้าสำหรับกีฬาทางน้ำโดยตรงก็จะเป็นการดี สวมรองเท้าสำหรับเล่นกีฬาทางน้ำหรือรองเท้าแบบรัดส้น รองเท้าผ้าใบที่เปียกน้ำได้ สวมใส่อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการล่องแก่งให้ครบทั้งเสื้อชูชีพและหมวกกัน กระแทก ซึ่งหมวกต้องมีสายรัดคางให้เรียบร้อย เมื่อล่องแพจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของนายหัวที่คัดหัวเรืออย่างเคร่งครัด

โดยปรกติลำน้ำว้าจะมีความใสสะอาด น่าล่องน่าลงเล่น ยกเว้นบางช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ สายน้ำอาจเปลี่ยนเป็นสีชาเย็น ตลอดสายน้ำจะมีทั้งช่วงที่สายน้ำไหลเรียบจนสามารถโดดเล่นน้ำได้ ช่วงผจญแก่งน้ำเชี่ยวที่ท้าทาย ช่วงที่ผ่านหาดทรายขาวสะอาดให้พักผ่อนเติมพลังอาหารกลางวัน และช่วงที่จอดแพยางพักตั้งแค้มป์แรมคืนบนหาดทรายขาวริมฝั่งน้ำ บรรยากาศรอบข้างยังคงความเป็นธรรมชาติยากจะหาสายน้ำใดสวยงามเสมอเหมือน

ช่วงเวลาล่องแก่งที่เหมาะสมจะอยู่ราวเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เพราะสายน้ำกำลังอยู่ในระดับล่องได้สนุกสนานท้าทาย ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดแพร่ 0 5452 1118-9 อุทยานแห่งชาติแม่จริม โทรศัพท์ 0 5473 0040-1

แหล่งข่าว: http://manager.co.th/Travel/ViewNews.as ... 0000114346" onclick="window.open(this.href);return false;